Feed on
Posts
Comments

คำว่า “กฐิน” เป็นชื่อของสังฆกรรมชนิดหนึ่งในพระพุทธศาสนาที่ต้องใช้พระสงฆ์ร่วม
เป็นพยานในการทำ ๕ รูปเป็นอย่างน้อย คือ ๔ รูป เป็นองค์สงฆ์หรือพยาน และอีก ๑ รูปเป็นองค์
ครองผ้ากฐิน รวมเป็น ๕ รูป ภาษาสังฆ์กรรมของพระเรียกว่า “ปัญจวรรค”
นอกจากนี้คำว่า “กฐิน” เป็นชื่อของไม้ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ขึงในเวลาเย็บจีวร
ภาษาไทยเรียกว่า “ไม้สดึง” ภาษาบาลีใช้คำว่า “กฐิน” ขณะเดียวกันภาษาไทยได้ยืมภาษาบาลีมาเป็น
ภาษาของตัวเองโดยการเรียกทับศัพท์ไปเลยว่า ผ้ากฐินหรือบุญกฐิน
บุญกฐิน มีกำหนดทำกันในระหว่างแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒
สำหรับจุดประสงค์หลักของการทำบุญกฐินนั้น เพื่อที่จะให้พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาแล้วได้
ผลัดเปลี่ยนผ้าใหม่ โดยได้มีมูลเหตุของบุญกฐินปรากฎในกฐินขันธะแห่งพระวินัยปิฎก ไว้ว่า Continue Reading »

“เดือนสิบสองมาแล้วลมวอยหนาวสั่น เดือนนี้หนาวสะบั้นบ่คือแท้แต่หลัง
ในเดือนนี้เพิ่นว่าให้ลงทอดพายเฮือ ช่วยกันบูชาฝูงนาโคนาคเนาว์ในพื้น
ชื่อว่าอุสุภะนาโคเนาว์ในพื้นแผ่น สิบห้าสกุลบอกไว้บูชาให้ส่งการ”๕๒
ความหมายคือ เดือนสิบสองมาถึงแล้วลมหนาวพัดมา เดือนนี้เป็นเดือนที่มีความหนาว
มาก เดือนนี้ว่ากันว่าให้ลงพายเรือ (ไหลเรือไฟ) ช่วยกันบูชาพญานาคชื่อว่าอุสุภะอยู่ใต้น้ำ ท่านบอก
ให้บูชาพญานาคในวันเพ็ญสิบห้าค่ำ
เมื่องานบุญกฐินเป็นงานมหากุศลที่พุทธศาสนิกชน เลื่อมใสศรัทธา การปฏิบัติเกี่ยวกับ
การจัดงานบุญประเพณีนี้ต้องทำให้ถูกพระธรรมวินัยจึงจะ ได้อานิสงส์ ข้อปฏิบัติที่น่าสนใจมีดังนี้
การจองกฐิน ก็คือ การแจ้งล่วงหน้าให้ทางวัดและประชาชนได้ทราบว่าวัดนั้นๆ มีผู้ศรัทธาทอดกฐิน
กันเป็นจำนวนมากถ้าไม่จองไว้ก่อนอาจไม่มีโอกาส จึงเกิดเป็นธรรมเนียมขึ้นว่าจะทอดกฐินต้อง Continue Reading »

การเข้ากรรมของพระภิกษุด้วย เวลาประกอบกิจกรรมขึ้น อยู่กับสถานที่ที่จัดขึ้นตามโอกาสที่
สะดวกและเหมาะสม ส่วนมากนิยมทำกันในเดือนอ้าย ไม่นิยมจัดในฤดูฝน๕๓
เมื่อภิกษุสงสัยว่าต้องอาบัติสังฆาทิเสส ภิกษุต้องศึกษาดูว่าอยู่กรรมจึงจะพ้นจาก
อาบัติ ส่วนมากนิยมทำกันในเดือนอ้าย จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บุญเดือนอ้าย ญาติโยมผู้หวัง
บุญกุศลร่วมบริจาคทาน รักษาศีล ฟังธรรมเกี่ยวกับการเข้ากรรมของพระภิกษุ เรียกว่าบุญเข้า
กรรม เวลาประกอบกิจกรรมขึ้นอยู่กับสถานที่ที่จัดขึ้นตามโอกาสที่สะดวกและเหมาะสม
ภิกษุผู้เข้ากรรม ต้องจัดแจงสถานที่ในบริเวณเขตที่กำหนดให้ ปักกรตเพื่อเป็นที่จำ
วัตร ถึงเวลาและภิกษุจะเข้ากรรมนั้นห่มผ้าเฉลียงบ่าไปหาสงฆ์กราบพระเถระ แล้วกล่าวคำขอ
ปริวาสกะสงฆ์ อยู่ปริวาสครบกำหนดแล้วขอมานัต อยู่ครบมานัต ๖ ราตรี แล้วขออัพภาน เมื่อ
สงฆ์ให้อัพภานแล้วถือว่าออกกรรมเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว Continue Reading »

รวมกันตามกำลังศรัทธา ส่วนข้าวเปลือกที่ชาวบ้านนำออกมานั้นมีสองส่วน คือ ส่วนหนึ่งเพื่อ
ถวายให้วัด ส่วนหนึ่งเพื่อเอากับไปทำเป็นพันธุ์เพาะปลูกหลังจากเสร็จพิธีการทำบุญแล้ว
เกี่ยวกับพิธีนั้น ผู้นำหมู่บ้านบอกกล่าวลูกบ้านให้มาร่วมทำบุญ๕๕ นิมนต์พระสงฆ์
เจริญพระพุทธมนต์ จัดน้ำอบน้ำหอมไว้ประพรม มีการขึงด้ายสายสิญจน์รอบกองข้าวเมื่อ
พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์แล้ว ถวายอาหารบิณฑบาต พระสงฆ์อนุโมทนา ประพรมน้ำมนต์
นำน้ำพระพุทธมนต์โปรยข้าว นา วัว ควาย นอกจากดังกล่าวแล้ว ยังทำพิธีสู่ขวัญข้าว การสู่ขวัญ
ครั้งนี้เป็นการทำร่วมกันทุกคนที่มาร่วมทำบุญ โดยถือว่าให้เกิดความสุขสวัสดี เป็นสิริมงคลแก่
ครอบครัว และหมู่บ้านตลอดไป การสู่ขวัญครั้งนี้สู่ให้เจ้าของนาและควาย โดยถือว่าให้เกิด
ความสุขสวัสดี นอกจากนี้แล้วมีการทำบุญคุ้มและบุญกุ้มข้าวใหญ่ ๒๒
(๓) บุญข้าวจี่ Continue Reading »

บุญที่มีการเทศน์ผะเหวดหรือมหาชาติ เรียกบุญผะเหวด หนังสือมหาชาติหรือ
เวสสันดรชาดก เป็นหนังสือชาดกที่แสดงจริยาวัตรของพระพุทธเจ้า คราวพระองค์เสวยพระชาติ
เป็นเวสสันดร เทศน์ตามหนังสือเรื่องยาวมี ๑๓ กัณฑ์(ทางภาคอีสานมี ๑๔ ผูก แยกกัณฑ์ กุมาร
เป็น บั้นต้น และบั้นปลาย) กำหนดทำในเดือนสี่ จึงเรียกชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า บุญเดือนสี่
วิธีทำ ตามวิธีการที่ชาวเทศบาลตำบลเมืองเก่าปฏิบัติประจำคือ วัดใดทำบุญผะเหวด
พระสงฆ์จัดแบ่งหนังสือออกเป็นกัณฑ์ เพื่อให้พระเณรในวัด และจำนวนพระที่นิมนต์มาจากวัด
ต่าง ๆ เพื่อร่วมเทศน์มหาชาติที่จัดขึ้นของแต่ละวัด ครั้นแบ่งหนังสือแล้วก็ทำสลากให้แต่ละเรือน
จับกัณฑ์เทศน์ ครั้นจับได้กัณฑ์ใดก็รับเป็นเจ้าภาพในกัณฑ์นั้น ๆ
การทำสลากนิมนต์พระต่างวัดร่วมในงานเทศน์มหาชาติ สลากนิมนต์ เขียนตัวธรรม
ใส่ใบลานหรือกระดาษ ข้อความว่า “วุฒิธรรมคำฝูงข้าทั้งหลาย ภายในมีอาชญาธรรมเป็นเค้า Continue Reading »